เมื่อได้ยินเสียงผิดปกติจากแอร์ คำถามแรกของเจ้าของบ้านมักมีสองข้อพร้อมกัน คือเครื่องจะเสียหายหรือไม่ และค่าใช้จ่ายจะสูงเพียงใด ผมเข้าใจความกังวลนี้ครับ แอร์ที่ทำงานปกติจะมีเสียงพื้นหลังสม่ำเสมอ เป็นเสียงลมผ่านช่องลมและเสียงมอเตอร์หมุนเบา ๆ ซึ่งผู้ใช้งานคุ้นเคยจนแทบไม่รู้สึก เมื่อมีเสียงใหม่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะดังหรือเบา แสดงว่ามีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นในระบบ
ข้อดีของอาการแอร์เสียงดังคือเป็นสัญญาณเตือนล่วงหน้าที่ชัดเจน อะไหล่กลไกแทบทุกชิ้นจะส่งเสียงผิดปกติก่อนเสียหายจริงเสมอ หากแยกเสียงได้ถูกต้องและแก้ไขทันในช่วงนั้น ค่าใช้จ่ายจะต่างจากการรอจนอะไหล่หยุดทำงานหลายเท่า ต่อจากนี้ผมจะแยกเสียงหลักแต่ละลักษณะให้เห็นว่ามาจากจุดใด
แยกให้ได้ก่อนว่าเสียงมาจากในบ้านหรือนอกบ้าน
ขั้นแรกที่ช่วยตัดตัวเลือกลงได้ครึ่งหนึ่งทันที คือระบุให้ได้ว่าเสียงมาจากคอยล์เย็นในห้องหรือคอยล์ร้อนที่ติดตั้งอยู่นอกบ้าน เพราะทั้งสองส่วนมีชิ้นส่วนคนละชุด และปัญหาที่เกิดขึ้นแตกต่างกันครับ
- เสียงจากเครื่องในห้อง เกี่ยวกับใบพัดกรงกระรอก มอเตอร์พัดลม บานสวิง โครงพลาสติก และการไหลของน้ำยาที่วาล์ว
- เสียงจากเครื่องนอกบ้าน เกี่ยวกับคอมเพรสเซอร์ พัดลมระบายความร้อน ขาตั้ง และท่อทองแดงที่สั่นกระทบ
- หากไม่แน่ใจ ให้เปิดแอร์แล้วฟังบริเวณใต้เครื่องในห้องสักครู่ จากนั้นไปฟังใกล้เครื่องนอกบ้าน แล้วเปรียบเทียบว่าเสียงดังขึ้นเมื่อเข้าใกล้เครื่องใด
สาเหตุที่ 1 ใบพัดมีฝุ่นเกาะจนไม่สมดุล
จากงานที่ผมรับ นี่คือสาเหตุที่พบมากที่สุดของเสียงครืด ๆ แบบสั่นสะเทือน และเป็นกรณีที่แก้ไขได้ง่ายที่สุดด้วย ใบพัดกรงกระรอกภายในเครื่องหมุนด้วยความเร็วสูงและถูกออกแบบให้มีน้ำหนักสมดุลรอบแกน เมื่อฝุ่นชื้นเกาะสะสมในร่องใบพัดไม่เท่ากันทุกด้าน จุดศูนย์ถ่วงจะเปลี่ยนไป ทำให้เกิดการสั่นทุกรอบการหมุน
- ลักษณะเสียง ครืด ๆ หรือ ฮืม ๆ ที่สั่นสะเทือนไปทั้งเครื่อง มักดังขึ้นเมื่อเร่งความเร็วพัดลม
- อาการที่มักพบร่วมกัน คือลมออกเบาลงและแอร์ทำความเย็นได้ลดลง เพราะสาเหตุเดียวกัน
- แนวทางแก้ไข คือการล้างแอร์ หากฝุ่นเกาะแน่นในร่องใบพัดจนการล้างแบบมาตรฐานไม่สามารถทำความสะอาดได้ ต้องถอดใบพัดออกมาล้าง
ในเชียงใหม่ กรณีนี้เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนหลังฤดูหมอกควันผ่านไป เพราะเขม่าจากการเผาเกาะบนใบพัดที่มีความชื้นได้แน่นกว่าฝุ่นแห้งทั่วไปมาก บ้านที่ผ่านฤดูหมอกควันมาโดยไม่ได้ล้างจึงมักเริ่มได้ยินเสียงลักษณะนี้ในช่วงกลางปีครับ
สาเหตุที่ 2 แบริ่งมอเตอร์เสื่อม
มอเตอร์พัดลมทั้งเครื่องในบ้านและเครื่องนอกบ้านหมุนอยู่บนแบริ่ง ซึ่งเป็นชิ้นส่วนที่มีอายุการใช้งานจำกัดตามธรรมชาติ เมื่อสารหล่อลื่นภายในแห้งหรือลูกปืนสึกหรอ จะเกิดเสียงเสียดสีความถี่สูงขึ้นมา
- ลักษณะเสียง หวีดแหลมต่อเนื่อง หรือเสียงเสียดสีคล้ายโลหะครูดกัน ดังตลอดเวลาที่พัดลมหมุน
- จุดที่ใช้แยกจากสาเหตุอื่น คือเสียงจะดังสม่ำเสมอไม่เป็นจังหวะ และไม่หายไปหลังการล้างแอร์
- แนวทางแก้ไข คือเปลี่ยนมอเตอร์ ราคาขึ้นกับรุ่นและอะไหล่ที่ใช้ ผมแจ้งราคาทั้งหมดก่อนลงมือทุกครั้ง
สาเหตุที่ 3 สกรูหลวมและชิ้นส่วนพลาสติกสั่นกระทบ
การสั่นสะเทือนจากการทำงานต่อเนื่องเป็นเวลาหลายปีทำให้สกรูยึดคลายตัวได้เอง โดยเฉพาะจุดที่ยึดโครงเครื่องกับแผ่นหลังที่ติดผนัง เมื่อจุดยึดไม่แน่น โครงพลาสติกจะขยับกระทบกันทุกครั้งที่มอเตอร์เริ่มหรือหยุดหมุน
- ลักษณะเสียง กึก ๆ หรือ แกร๊ก เป็นจังหวะ มักดังเมื่อเครื่องเริ่มทำงานและเมื่อตัดการทำงาน
- อีกลักษณะคือเสียงกึกดังชุดเดียวแล้วหายไป มักมาจากฝาครอบหรือบานสวิงที่เข้าล็อกไม่สนิท
- แนวทางแก้ไข คือขันสกรูให้แน่นและตรวจแนวการติดตั้งแผ่นหลัง เป็นงานที่ไม่ซับซ้อนและมักจบได้ในรอบเดียว
จากงานที่ผมรับ กรณีนี้พบบ่อยในบ้านไม้เก่าซึ่งเชียงใหม่มีจำนวนมาก เพราะผนังไม้ยืดหดตามความชื้นในแต่ละฤดู สกรูที่ยึดกับไม้จึงคลายง่ายกว่าที่ยึดกับผนังปูน และตัวผนังไม้ยังทำหน้าที่คล้ายแผ่นสะท้อนที่ขยายเสียงสั่นให้ดังขึ้นอีก
สาเหตุที่ 4 คอมเพรสเซอร์เริ่มมีปัญหา
คอมเพรสเซอร์เป็นหัวใจของระบบและเป็นอะไหล่ที่ราคาสูงที่สุด เสียงจากคอมเพรสเซอร์จึงเป็นเสียงที่ผมให้ความสำคัญมากที่สุด เสียงการทำงานปกติคือเสียงหึ่งต่ำที่สม่ำเสมอ หากเสียงเปลี่ยนไปจากนี้ ควรให้ช่างเข้าตรวจครับ
- เสียงกระแทกแบบโลหะกระทบกันภายใน มักบ่งชี้ว่าชิ้นส่วนภายในสึกหรอ
- เสียงสั่นดังผิดปกติทั้งตัวเครื่อง อาจมาจากขายางรองที่แข็งตัวหรือแตก ซึ่งเป็นงานที่ไม่ซับซ้อนและมีค่าใช้จ่ายไม่สูง
- เสียงหึ่งดังแต่คอมเพรสเซอร์ไม่สตาร์ต มักเกิดจากคาปาซิเตอร์เสื่อม ไม่ใช่ตัวคอมเพรสเซอร์เสียหาย ผมย้ำข้อนี้เพราะค่าใช้จ่ายของสองกรณีต่างกันมาก
- แนวทางแก้ไข ต้องวัดค่าจริงเพื่อแยกว่าสาเหตุอยู่ที่คาปาซิเตอร์ ขายางรอง หรือตัวคอมเพรสเซอร์
สาเหตุที่ 5 เสียงน้ำและเสียงน้ำยาไหลในระบบ
เสียงกลุ่มนี้แยกได้ยากที่สุดสำหรับเจ้าของบ้าน เพราะบางเสียงเป็นเรื่องปกติที่ไม่ต้องดำเนินการใด ในขณะที่บางเสียงเป็นสัญญาณว่าน้ำยาในระบบพร่อง
- เสียงน้ำไหลเบา ๆ ในช่วงที่เครื่องเริ่มทำงานและเมื่อตัดการทำงาน เป็นเสียงน้ำยาเคลื่อนที่ในท่อ ถือว่าปกติและไม่ต้องดำเนินการใด
- เสียงฟู่ต่อเนื่องคล้ายลมรั่ว หรือเสียงเดือดดังกว่าปกติ อาจหมายถึงน้ำยาในระบบต่ำจนเกิดฟองในท่อ ควรให้ช่างวัดแรงดัน
- เสียงน้ำกระเพื่อมหรือเสียงฟองอากาศจากใต้เครื่อง มักมาจากถาดรับน้ำที่มีน้ำขังเพราะท่อน้ำทิ้งเริ่มอุดตัน
- เสียงกึกดังชุดเดียวจากท่อทองแดง เกิดจากท่อขยายตัวตามอุณหภูมิแล้วขยับกระทบผนังหรือแคลมป์ แก้ไขด้วยการจัดแนวท่อและใส่ยางรอง
สาเหตุที่ 6 ปัญหาจากงานติดตั้ง
กลุ่มนี้มีจุดสังเกตที่ช่วยให้แยกได้ง่าย คือเสียงเกิดขึ้นตั้งแต่วันแรกที่ติดตั้ง หรือเกิดขึ้นหลังการย้ายเครื่อง ไม่ได้ค่อย ๆ เกิดตามอายุการใช้งาน หากอาการของคุณเข้าข่ายนี้ ไม่จำเป็นต้องตรวจหาอะไหล่ที่เสียหาย แต่ให้ตรวจที่งานติดตั้งเป็นอันดับแรกครับ
- แผ่นหลังที่ยึดเครื่องในห้องไม่แนบผนัง ทำให้มีช่องว่างสำหรับสั่นและกระทบ
- ขาแขวนคอยล์ร้อนยึดกับผนังไม่แน่นพอ หรือไม่มียางรองลดแรงสั่น เสียงจะสั่นสะเทือนเข้าไปในตัวบ้าน
- ท่อทองแดงเดินชิดผนังหรือชิดโครงเหล็กเกินไป เมื่อท่อขยายตัวจะกระทบเป็นระยะ
- คอยล์ร้อนวางบนพื้นที่ไม่ได้ระดับ ทำให้ตัวเครื่องโยกขณะคอมเพรสเซอร์ทำงาน
| เสียงที่ได้ยิน | สาเหตุที่น่าจะเป็น | ความเร่งด่วน |
|---|---|---|
| ครืด ๆ สั่นทั้งเครื่อง ลมออกเบาลงร่วมด้วย | ใบพัดมีฝุ่นเกาะไม่สมดุล | รอได้ นัดล้างตามรอบปกติ |
| หวีดแหลมต่อเนื่อง ล้างแล้วไม่หาย | แบริ่งมอเตอร์เสื่อม | ควรเร่งแก้ไข ก่อนขดลวดไหม้ |
| กึก ๆ เป็นจังหวะเมื่อเปิดและเมื่อตัดการทำงาน | สกรูหลวมหรือฝาครอบไม่เข้าล็อก | รอได้ |
| กระแทกโลหะจากเครื่องนอกบ้าน | คอมเพรสเซอร์มีปัญหาภายใน | ด่วน หยุดใช้งานแล้วเรียกช่าง |
| หึ่งดังแต่คอมเพรสเซอร์ไม่หมุน | คาปาซิเตอร์เสื่อม | ด่วน ไม่ควรสับเบรกเกอร์ซ้ำ |
| ฟู่ต่อเนื่องคล้ายลมรั่ว | น้ำยาในระบบต่ำ อาจมีจุดรั่ว | ควรเร่งแก้ไข |
| น้ำไหลเบา ๆ เมื่อเปิดและเมื่อตัดการทำงาน | น้ำยาเคลื่อนที่ในท่อ เป็นเรื่องปกติ | ไม่ต้องดำเนินการใด |
| สั่นสะเทือนเข้าผนัง มีตั้งแต่วันติดตั้ง | งานติดตั้ง ขาแขวนหรือยางรอง | รอได้ แต่ควรแก้ไขให้เรียบร้อย |
กรณีใดควรหยุดใช้งานทันที
เสียงผิดปกติส่วนใหญ่รอได้ครับ แต่มีบางกรณีที่การใช้งานต่ออีกเพียงหนึ่งคืนทำให้ค่าซ่อมต่างกันหลายเท่า ขอให้จดจำสี่ข้อนี้ไว้
- 1มีกลิ่นไหม้หรือกลิ่นพลาสติกร้อนร่วมกับเสียงผิดปกติ ให้ปิดเบรกเกอร์ทันที
- 2เสียงกระแทกโลหะดังจากเครื่องนอกบ้าน หมายถึงมีชิ้นส่วนภายในเสียหายและกำลังสร้างความเสียหายเพิ่มขึ้น
- 3เสียงหึ่งแล้วเบรกเกอร์ทริป ไม่ควรสับขึ้นซ้ำเพื่อทดลองใหม่
- 4เสียงดังผิดปกติร่วมกับแอร์ไม่ทำความเย็นและมีน้ำแข็งเกาะที่ท่อ ให้ปิดโหมดทำความเย็นแล้วเปิดโหมดพัดลมจนน้ำแข็งละลายก่อน
สำหรับงานที่ต้องวินิจฉัย ผมคิดค่าตรวจเช็ค 500.- และหักคืนให้จากค่าซ่อมหากคุณตัดสินใจซ่อมกับผม ส่วนค่าอะไหล่ เช่น มอเตอร์ คาปาซิเตอร์ หรือชิ้นส่วนอื่น ราคาขึ้นกับรุ่นและอะไหล่ที่ใช้ ผมแจ้งราคาทั้งหมดก่อนลงมือทุกครั้ง และไม่มีการเรียกเก็บเพิ่มภายหลัง กรณีที่การล้างแอร์แก้ปัญหาได้ ผมจะแจ้งตามจริงว่าไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนอะไหล่ใด
หากได้ยินเสียงผิดปกติจากแอร์แล้วไม่แน่ใจว่าเกิดจากอะไร บันทึกคลิปส่งเข้ามาทาง LINE ให้ผมฟังก่อนได้ครับ ผมประเมินเบื้องต้นให้ว่าน่าจะเป็นสาเหตุใดและมีความเร่งด่วนเพียงใด ติดต่อ 065-365-7673 หรือ LINE @794xvrnm รับงานจันทร์ถึงเสาร์ ตั้งแต่ 08:00–18:00 น.