ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
ช่างแอร์เชียงใหม่โปรเฟรชแคร์ · สันกำแพง

ดูแลรักษา

ล้างแอร์เองได้หรือไม่ — 5 อย่างที่ทำเองได้จริง กับ 4 อย่างที่ทำแล้วแอร์เสียหาย

งานดูแลแอร์ประมาณครึ่งหนึ่งเป็นงานที่เจ้าของบ้านทำเองได้และควรทำ ส่วนที่เหลือเป็นงานที่เกี่ยวข้องกับแรงดันน้ำ ระบบไฟฟ้า และสารทำความเย็น ซึ่งหากดำเนินการผิดวิธีจะมีค่าซ่อมสูงกว่าค่าล้างหลายเท่า

เขียนโดย ช่างอาร์ม · โปรเฟรชแคร์อ่าน 8 นาที

ผู้อ่านจำนวนมากที่เข้ามาหน้านี้กำลังพิจารณาว่าควรเรียกช่างหรือดำเนินการเองได้ ผมตอบตามข้อเท็จจริงว่าทำเองได้บางส่วน และส่วนที่ทำเองได้นั้นผมสนับสนุนให้ทำ เพราะช่วยรักษาสภาพเครื่องระหว่างรอบล้างใหญ่ได้จริง คำแนะนำสุดขั้วทั้งสองด้าน คือห้ามแตะเครื่องเลย หรือดูแลเองได้ทั้งหมดโดยไม่ต้องใช้ช่าง ล้วนคลาดเคลื่อน เส้นแบ่งที่ถูกต้องอยู่ตรงกลางและระบุได้ชัดเจนกว่าที่หลายคนคิด

เกณฑ์ที่ผมใช้แบ่งนั้นชัดเจน ชิ้นส่วนใดที่ผู้ผลิตออกแบบมาให้ถอดได้ด้วยมือเปล่า ชิ้นส่วนนั้นคุณถอดออกมาดูแลเองได้ ส่วนงานที่ต้องใช้ไขควง ต้องใช้แรงดันน้ำ ต้องเกี่ยวข้องกับสายไฟ หรือต้องดำเนินการกับสารทำความเย็น ควรเป็นงานของช่าง ต่อไปนี้ผมจะแจกแจงให้เห็นทั้งสองฝั่ง

5 อย่างที่คุณทำเองได้ และควรทำ

ห้าข้อนี้ไม่ต้องใช้เครื่องมือพิเศษใด ๆ และรวมกันแล้วใช้เวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมง หากทำอย่างสม่ำเสมอ อัตราการอุดตันของเครื่องจะลดลงจนคุณสังเกตได้ โดยเฉพาะช่วงฤดูหมอกควันของเชียงใหม่ที่ปริมาณฝุ่นเข้าสู่เครื่องสูงกว่าฤดูอื่น

  1. 1

    ล้างแผ่นกรองอากาศ

    เป็นงานที่ให้ผลตอบแทนสูงที่สุดในบรรดางานทั้งหมด เพราะแผ่นกรองคือด่านแรกที่กันฝุ่นไม่ให้เข้าคอยล์ แนะนำทุก 2–4 สัปดาห์ในฤดูหมอกควัน และทุก 1–2 เดือนในฤดูอื่น

  2. 2

    เช็ดหน้ากากและช่องลม

    ใช้ผ้าชุบน้ำหมาดเช็ดหน้ากากด้านนอกและครีบบานสวิงเท่าที่มือเข้าถึง เพราะฝุ่นที่เกาะบริเวณนี้จะถูกลมเป่ากลับเข้าห้องทุกครั้งที่เปิดเครื่อง

  3. 3

    ดูดฝุ่นรอบตัวเครื่องและผนังด้านบน

    ฝุ่นบนหลังคาเครื่องและผนังเหนือแอร์จะถูกดูดเข้าช่องลมกลับตลอดเวลา ใช้เครื่องดูดฝุ่นหัวแปรงดูดเบา ๆ เดือนละครั้ง ให้ผลดีกว่าที่หลายคนประเมินไว้

  4. 4

    เคลียร์พื้นที่รอบคอยล์ร้อน

    คอยล์ร้อนคือชุดที่ติดตั้งนอกอาคารและต้องระบายความร้อนออก หากมีใบไม้ กระถางต้นไม้ ผ้าคลุม หรือสิ่งของวางบังอยู่ ควรย้ายออกให้มีพื้นที่ว่างโดยรอบ ส่วนใบไม้ที่ติดตะแกรงสามารถเก็บออกด้วยมือได้

  5. 5

    สังเกตและบันทึกอาการผิดปกติ

    ลมเบาลงหรือไม่ มีกลิ่นตอนเปิดเครื่องหรือไม่ มีน้ำหยดจุดใด เสียงเปลี่ยนไปหรือไม่ บันทึกไว้แล้วแจ้งผมตอนนัดหมาย จะช่วยให้ผมระบุสาเหตุได้เร็วขึ้นและลดเวลาหน้างานของคุณ

ล้างแผ่นกรองให้ถูกวิธี ทำตามลำดับนี้

หลายบ้านล้างแผ่นกรองเป็นประจำอยู่แล้ว แต่มักพลาดรายละเอียดเล็ก ๆ ที่ทำให้ได้ผลไม่เต็มที่ หรือกลายเป็นการสร้างสภาพแวดล้อมให้เชื้อราเติบโตแทน ลำดับขั้นตอนที่ถูกต้องเป็นดังนี้

  1. 1ปิดรีโมทแล้วสับเบรกเกอร์แอร์ลง ไม่ควรถอดขณะที่เครื่องยังมีไฟเข้า
  2. 2เปิดฝาหน้าขึ้นช้า ๆ จนสุด แอร์ส่วนใหญ่มีตัวค้างฝาอยู่แล้ว จึงไม่ต้องออกแรงดัน
  3. 3ดึงแผ่นกรองลงมาในแนวตรง หากรู้สึกติดให้ตรวจหาตัวล็อกก่อน ไม่ควรงัด เพราะพลาสติกเปราะและหักง่าย
  4. 4เคาะฝุ่นหยาบทิ้งในถังขยะก่อน แล้วจึงนำไปล้างน้ำ เพื่อไม่ให้ฝุ่นอุดท่อน้ำทิ้งในห้องน้ำ
  5. 5ฉีดน้ำจากด้านหลังทะลุมาด้านหน้า คือฉีดสวนทิศที่ฝุ่นเข้าไป หากมีคราบมันสามารถผสมน้ำยาล้างจานเจือจางได้
  6. 6สะบัดน้ำออกแล้วผึ่งในที่ร่มลมโกรก ไม่ควรตากแดดจัด เพราะพลาสติกจะบิดจนใส่กลับไม่ได้
  7. 7ใส่กลับเมื่อแห้งสนิทเท่านั้น กดให้เข้าล็อกครบทุกจุด ปิดฝา แล้วจึงยกเบรกเกอร์ขึ้น

4 อย่างที่ทำเองแล้วทำให้แอร์เสียหาย

สี่ข้อต่อไปนี้เป็นความเสียหายที่พบซ้ำจากงานที่ผมรับ ในบ้านที่ดำเนินการล้างเองแบบเต็มรูปแบบ และค่าซ่อมของแต่ละกรณีสูงกว่าค่าล้างหลายเท่า ผมจึงเห็นว่าควรแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

1. ฉีดน้ำล้างคอยล์เย็นด้วยตัวเอง

การล้างคอยล์เย็นต้องใช้แรงดันน้ำที่ควบคุมได้ คือแรงพอจะดันคราบออกจากร่องครีบ แต่ไม่แรงจนครีบอะลูมิเนียมล้มพับ ครีบที่ล้มพับจะปิดทางลมอย่างถาวร ส่งผลให้ความสามารถในการทำความเย็นลดลงตลอดอายุการใช้งาน และไม่สามารถดัดกลับให้เหมือนเดิมได้ อีกประเด็นที่มักถูกมองข้ามคือ หากไม่มีถุงรองน้ำคลุมทั้งตัวเครื่อง น้ำสกปรกทั้งหมดจะไหลลงผนังและเฟอร์นิเจอร์

2. ล้างโดยไม่ตัดไฟ หรือปล่อยให้น้ำเข้าแผงวงจร

แผงควบคุมของแอร์ติดตั้งอยู่ฝั่งขวาของตัวเครื่องใต้ฝาครอบ ซึ่งเป็นจุดที่น้ำเข้าถึงได้ง่ายที่สุดหากฉีดโดยไม่มีการหุ้มกันน้ำ แผงวงจรที่สัมผัสน้ำมักไม่เสียหายทันที แต่จะแสดงอาการเมื่อจ่ายไฟในรอบถัดไป และราคาอะไหล่ชิ้นนี้สูงเมื่อเทียบกับค่าล้าง ผมจึงสับเบรกเกอร์และหุ้มแผงวงจรก่อนเริ่มงานทุกครั้ง โดยไม่มีข้อยกเว้น

3. เติมหรือปล่อยน้ำยาแอร์เอง

น้ำยาแอร์อยู่ในระบบปิดที่มีแรงดัน โดยปกติจึงไม่ลดลงเอง หากตรวจพบว่าน้ำยาพร่อง แปลว่าระบบมีรอยรั่ว การเติมโดยไม่ตรวจหารอยรั่วก่อนจึงเป็นการเสียค่าใช้จ่ายกับสารทำความเย็นที่จะรั่วออกไปอีกครั้ง นอกจากนี้การเติมเกินก็เป็นอันตรายไม่น้อยกว่าการขาด เพราะแรงดันด้านสูงจะเกินเกณฑ์จนคอมเพรสเซอร์รับภาระหนัก และประเด็นสำคัญที่สุดคือสารทำความเย็นที่สัมผัสผิวหนังทำให้เกิดแผลจากความเย็นจัดได้ทันที

4. ถอดใบพัดกรงกระรอกออกมาล้างเอง

ใบพัดกรงกระรอกคือชิ้นส่วนทรงกระบอกยาวที่มีครีบเล็ก ๆ เรียงรอบตัว ทำหน้าที่ดูดอากาศผ่านคอยล์ และเป็นจุดที่เชื้อรากับคราบสะสมหนาที่สุดในเครื่อง แต่การถอดต้องคลายสกรูล็อกเพลาที่อยู่ลึก และการใส่กลับต้องได้ศูนย์พอดี หากเพลาเยื้องแม้เพียงเล็กน้อยจะเกิดเสียงครูดและการสั่นตลอดเวลา รวมถึงมอเตอร์จะรับภาระเยื้องจนบุชสึกหรอเร็ว นี่คือเหตุผลที่การถอดใบพัดเป็นหัวใจของงาน Premium Full Wash และเป็นงานที่ผมไม่แนะนำให้ดำเนินการเอง

ตารางสรุป งานใดทำเองได้ งานใดต้องใช้ช่าง

ขอบเขตงานดูแลแอร์ ระหว่างเจ้าของบ้านกับช่าง
งานทำเองได้หรือไม่เหตุผล
ล้างแผ่นกรองอากาศได้ออกแบบมาให้ถอดด้วยมือเปล่า ไม่มีไฟฟ้าหรือแรงดันเข้ามาเกี่ยว
เช็ดหน้ากากและบานสวิงได้เป็นพลาสติกภายนอก ใช้ผ้าหมาดเช็ดได้ปลอดภัย
เก็บใบไม้ ย้ายของรอบคอยล์ร้อนได้เป็นการจัดพื้นที่ระบายความร้อน ไม่ได้แตะตัวเครื่อง
ล้างคอยล์เย็นด้วยน้ำไม่ได้ต้องคุมแรงดันน้ำและต้องหุ้มกันน้ำทั้งตัวเครื่องก่อน
ล้างคอยล์ร้อนด้วยน้ำไม่ได้ครีบล้มง่าย และมีจุดไฟฟ้ากับคาปาซิเตอร์อยู่ในตัวเครื่อง
ถอดหน้ากากทั้งชุดไม่แนะนำตัวล็อกซ่อนและเปราะ หักแล้วหาอะไหล่ยากในหลายรุ่น
ถอดใบพัดกรงกระรอกไม่ได้ต้องคลายสกรูล็อกเพลาและใส่กลับให้ได้ศูนย์ หากคลาดเคลื่อนมอเตอร์จะเสียหาย
เช็คและเติมน้ำยาไม่ได้ระบบแรงดัน ต้องใช้เกจวัด และการเติมเกินอันตรายพอกับการขาด
ตรวจกระแสไฟ เปลี่ยนคาปาซิเตอร์ไม่ได้งานไฟฟ้าโดยตรง คาปาซิเตอร์เก็บประจุไว้แม้ตัดไฟแล้ว
ล้างท่อน้ำทิ้งที่ตันไม่ได้ต้องใช้ลมหรือปั๊มดันจากทิศที่ถูกต้อง ดันผิดทางน้ำจะย้อนเข้าเครื่อง

เหตุใดงานที่ใช้แรงดันน้ำจึงต้องใช้ช่าง

หลายคนเข้าใจว่าการล้างแอร์คือการฉีดน้ำใส่คอยล์ ซึ่งเป็นเพียงส่วนหนึ่งของงาน ในทางปฏิบัติมีสามส่วนที่ต้องทำไปพร้อมกัน ส่วนแรกคือการป้องกันไม่ให้น้ำเข้าสู่จุดที่ไม่ควรเข้า ส่วนที่สองคือการใช้แรงดันให้เหมาะกับความหนาของคราบ และส่วนที่สามคือการรวบรวมน้ำสกปรกออกไปให้หมดโดยไม่ให้เปื้อนพื้นที่ของคุณ

ส่วนที่สามคือส่วนที่เจ้าของบ้านมักประเมินไว้ต่ำกว่าความเป็นจริง น้ำที่ออกมาจากคอยล์ที่ไม่ได้ล้างมาหนึ่งปีจะมีสีดำหรือน้ำตาลเข้ม ปนเขม่าและคราบชีวภาพ หากไม่มีถุงรองน้ำคลุมรอบตัวเครื่องและผ้าใบปูรองพื้นใต้จุดทำงาน น้ำจะไหลลงผนัง หัวเตียง และพื้นไม้ ซึ่งทำความสะอาดคืนได้ยาก ผมจึงปูผ้าใบกันเปื้อนหนา 2 ชั้นทุกงาน และนับเป็นส่วนหนึ่งของงาน ไม่ใช่บริการเสริม

ล้างเองประหยัดค่าใช้จ่ายได้เท่าใด

ผมคำนวณเป็นตัวเลขให้เห็นภาพ ค่าล้างธรรมดาสำหรับแอร์ 9,000–18,000 BTU อยู่ที่ 600 บาทต่อเครื่อง หากล้าง 3 เครื่องขึ้นไปในรอบเดียวคิดเครื่องละ 550 บาท บ้านทั่วไปล้างปีละสองครั้ง ต้นทุนการดูแลแอร์หนึ่งเครื่องจึงอยู่ราวหนึ่งพันกว่าบาทต่อปี

เมื่อนำไปเทียบกับความเสี่ยง ได้แก่ ครีบคอยล์ที่ล้มพับแล้วแก้ไขไม่ได้ แผงวงจรที่เสียหายจากน้ำ และมอเตอร์ที่เสียเพราะใส่ใบพัดไม่ได้ศูนย์ ทั้งสามกรณีมีค่าอะไหล่บวกค่าแรงสูงกว่าค่าล้างทั้งปีหลายเท่า ข้อสรุปคือการล้างแผ่นกรองเองคุ้มค่ามาก เพราะแทบไม่มีความเสี่ยง ส่วนการล้างคอยล์เองไม่คุ้มค่าเมื่อพิจารณาจากมูลค่าความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นครับ

สรุป

  • งานที่ทำเองได้และผมแนะนำให้ทำ คือล้างแผ่นกรอง เช็ดหน้ากาก ดูดฝุ่นรอบเครื่อง เคลียร์พื้นที่รอบคอยล์ร้อน และบันทึกอาการผิดปกติ
  • การล้างแผ่นกรองต้องตัดไฟก่อน ฉีดสวนทิศ และผึ่งให้แห้งสนิทก่อนใส่กลับ
  • ไม่ควรฉีดน้ำล้างคอยล์เอง โดยเฉพาะด้วยเครื่องฉีดล้างรถ เพราะครีบที่ล้มแล้วแก้ไขไม่ได้
  • ไม่ควรเติมน้ำยาเอง เพราะน้ำยาพร่องแปลว่ามีรอยรั่ว ต้องตรวจหารอยรั่วก่อนเติม
  • ไม่ควรถอดใบพัดกรงกระรอกเอง เพราะการใส่กลับไม่ได้ศูนย์จะทำให้มอเตอร์เสียหาย
  • งานที่คุณทำเองช่วยยืดระยะระหว่างรอบได้จริง แต่ยังไม่ทดแทนการล้างใหญ่ปีละสองครั้ง

หากล้างแผ่นกรองเองแล้วแอร์ยังทำความเย็นได้ไม่เท่าเดิม หรือยังมีกลิ่นอยู่ แสดงว่าสาเหตุอยู่ลึกกว่าจุดที่ดูแลเองได้ แจ้งอาการเข้ามาได้ทาง LINE หรือโทรศัพท์ ผมประเมินเบื้องต้นให้ก่อนว่าน่าจะเกิดจากอะไรและควรเลือกการล้างแบบใด โดยไม่มีค่าใช้จ่ายในการสอบถาม

บริการที่เกี่ยวข้อง

ล้างแอร์เชียงใหม่ ถึงบ้าน เริ่ม 550 บาท

ล้างธรรมดา 600.- หรือ Premium ถอดล้าง 100% 2,000.-

เริ่ม 550.- / เครื่อง

คำถามที่พบบ่อยจากบทความนี้

ใช้สเปรย์ล้างแอร์แบบกระป๋องที่จำหน่ายทั่วไป ใช้แทนการล้างได้หรือไม่

ใช้แทนไม่ได้ครับ สเปรย์กลุ่มนี้ช่วยลดกลิ่นและฆ่าเชื้อที่ผิวคอยล์ได้บ้างในระยะสั้น แต่ไม่มีกระบวนการชะล้างและไม่มีการรองน้ำ คราบที่ถูกละลายออกจะไหลลงถาดน้ำทิ้งพร้อมสิ่งสกปรก ซึ่งจากงานที่ผมรับ บางกรณีทำให้เกิดปัญหาท่อน้ำทิ้งอุดตันตามมา จึงเหมาะเป็นตัวช่วยระหว่างรอบเท่านั้น ไม่ควรนับเป็นการล้าง

ล้างแผ่นกรองเองบ่อยครั้ง จะทำให้เสื่อมสภาพเร็วขึ้นหรือไม่

ไม่ครับ หากล้างด้วยน้ำเปล่าหรือน้ำยาล้างจานเจือจางและไม่ขัดแรง สิ่งที่ทำให้แผ่นกรองเสื่อมเร็วคือการใช้แปรงแข็งขัด การใช้น้ำร้อน และการตากแดดจัดจนพลาสติกบิดตัว หากล้างเบามือแล้วผึ่งในที่ร่ม จะใช้งานได้นานเป็นปี

คอยล์ร้อนนอกบ้านฉีดน้ำล้างเองได้หรือไม่ เนื่องจากตัวโครงดูแข็งแรง

ไม่แนะนำครับ ตัวโครงแข็งแรงจริง แต่ครีบระบายความร้อนเป็นอะลูมิเนียมบางที่ล้มง่ายเช่นเดียวกับคอยล์เย็น และภายในตัวเครื่องยังมีจุดต่อไฟฟ้ากับคาปาซิเตอร์ที่เก็บประจุไว้แม้ตัดไฟแล้ว สิ่งที่คุณทำเองได้และช่วยได้จริงคือการเก็บใบไม้ที่ติดตะแกรงออก และย้ายสิ่งของที่บังทางลมออกไป

ล้างเองแล้วแอร์มีเสียงดังขึ้น เกิดจากอะไร

สาเหตุที่พบมากที่สุดคือการใส่แผ่นกรองหรือฝาหน้ากลับไม่เข้าล็อก ทำให้ชิ้นส่วนสั่นตามแรงลม ผมแนะนำให้ถอดออกแล้วใส่ใหม่ให้เข้าล็อกครบทุกจุดก่อน หากยังมีเสียงอยู่และเป็นเสียงครูดจากภายใน ควรหยุดใช้งานแล้วแจ้งช่าง เพราะน่าจะเกี่ยวข้องกับใบพัดหรือมอเตอร์ ซึ่งการใช้งานต่อจะทำให้ความเสียหายลุกลาม

หากต้องการล้างลึกถึงใบพัด ต้องใช้บริการแบบใด

ต้องเป็นการถอดล้าง หรือ Premium Full Wash ราคา 2,000 บาทครับ คือถอดชิ้นส่วนออกมาล้างแยก 100% รวมใบพัดกรงกระรอก แล้วฉีดน้ำยาฆ่าเชื้อ เหมาะกับเครื่องที่มีกลิ่นอับชัดเจนหรือไม่ได้ล้างมาเป็นเวลานาน แต่หากเครื่องของคุณผ่านการล้างสม่ำเสมออยู่แล้วและไม่มีกลิ่น ผมแนะนำการล้างแบบมาตรฐานราคา 600 บาท ซึ่งเพียงพอกับสภาพเครื่อง

บทความที่เกี่ยวข้อง

มีคำถามที่บทความยังไม่ตอบ?

สอบถามเข้ามาได้โดยตรง ผมตอบให้โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย และหากยังไม่จำเป็นต้องเรียกช่าง ผมจะแจ้งตามจริง

จันทร์ – เสาร์ 08:00 – 18:00 น. · เข้าหน้างานภายใน 24 ชั่วโมง

โทรเรียกช่างแชท LINE