ส่วนต่างระหว่าง 600 บาทกับ 2,000 บาทเป็นระยะที่ห่างพอสมควร ลูกค้าจำนวนมากจึงติดต่อเข้ามาเพื่อขอความชัดเจนว่าควรเลือกแบบใด คำตอบโดยสรุปคือทั้งสองรายการเป็นงานคนละประเภท ไม่ใช่งานเดียวกันที่ทำละเอียดกว่า ล้างธรรมดาคือการทำความสะอาดเฉพาะจุดที่เข้าถึงได้โดยไม่รื้อเครื่อง ส่วนถอดล้างคือการแยกชิ้นส่วนออกมาล้างทีละชิ้นแล้วประกอบกลับ
ประเด็นที่สำคัญกว่าคือไม่ใช่ทุกบ้านที่จำเป็นต้องเลือกบริการที่มีราคาสูงกว่า หากแอร์ของคุณผ่านการล้างสม่ำเสมออยู่แล้วและไม่มีกลิ่น การชำระเพิ่มเป็นสองพันบาทจะไม่ให้ผลต่างอย่างมีนัยสำคัญ ผมจะอธิบายให้ชัดเจนว่าเส้นแบ่งอยู่ที่ใดครับ
ล้างธรรมดา 600 บาท ครอบคลุมงานใดบ้าง
การล้างธรรมดาที่ทำครบขั้นตอนไม่ใช่การฉีดน้ำผ่านช่องลมอย่างที่หลายท่านเข้าใจ ขั้นตอนที่ผมปฏิบัติจริงมีดังนี้
- 1สับเบรกเกอร์ตัดไฟ แล้วปูผ้าใบกันเปื้อนหนา 2 ชั้นรองพื้นและคลุมเฟอร์นิเจอร์
- 2ถอดฝาหน้าและหน้ากากออก หุ้มกันน้ำที่แผงวงจร ติดถุงรองน้ำรอบตัวเครื่อง
- 3ถอดแผ่นกรองออกมาล้างแยก
- 4ฉีดล้างคอยล์เย็นด้วยแรงดันที่ควบคุมได้ เพื่อไล่คราบออกจากร่องครีบ
- 5ล้างถาดรองน้ำและไล่ท่อน้ำทิ้งให้ระบายได้ตามปกติ
- 6ล้างคอยล์ร้อนนอกอาคาร เก็บใบไม้และฝุ่นที่ติดครีบ
- 7เช็ดชิ้นส่วนให้แห้ง ประกอบกลับ ทดสอบเดินเครื่องต่อหน้าคุณ
- 8เก็บงานให้พื้นและผนังแห้งสะอาดเหมือนสภาพก่อนเริ่มงาน
งานนี้ใช้เวลาราว 45–60 นาทีต่อเครื่อง และแก้ปัญหาหลักได้คือคอยล์อุดตันจนลมออกน้อยและทำความเย็นได้ช้า ราคาสำหรับขนาด 9,000–18,000 BTU เครื่องละ 600 บาท หากล้าง 3 เครื่องขึ้นไปในรอบเดียวคิดเครื่องละ 550 บาท ส่วนขนาด 18,001–38,000 BTU อยู่ที่ 800 บาท หาก 2 เครื่องขึ้นไปคิดเครื่องละ 700 บาท พร้อมรับประกันงาน 30 วัน
Premium Full Wash 2,000 บาท แตกต่างอย่างไร
Premium Full Wash คือการถอดชิ้นส่วนออกมาล้างแยก 100% หมายความว่าชิ้นส่วนที่ถอดได้จะถูกยกออกจากโครงเครื่องมาล้างทีละชิ้น รวมถึงใบพัดกรงกระรอกซึ่งเป็นจุดที่การล้างธรรมดาเข้าไม่ถึง จากนั้นจึงฉีดน้ำยาฆ่าเชื้อก่อนประกอบกลับ
ความแตกต่างที่ผู้ใช้งานสัมผัสได้ชัดที่สุดคือเรื่องกลิ่นและสิ่งที่ปนออกมากับลม เพราะคราบชีวภาพที่เกาะตามร่องใบพัดและซอกถาดน้ำทิ้งคือแหล่งกำเนิดกลิ่นอับที่แท้จริง ซึ่งการฉีดผ่านคอยล์ไม่ได้เข้าถึงจุดดังกล่าวเลย งานนี้ใช้เวลาราว 1.5–2.5 ชั่วโมงต่อเครื่อง และรับประกัน 60 วัน
ตารางเปรียบเทียบทีละหัวข้อ
| หัวข้อ | ล้างธรรมดา | Premium Full Wash |
|---|---|---|
| ราคา (9,000–18,000 BTU) | 600 บาท (3 เครื่องขึ้นไป 550 บาท) | 2,000 บาท |
| เวลาต่อเครื่อง | ประมาณ 45–60 นาที | ประมาณ 1.5–2.5 ชั่วโมง |
| ถอดฝาหน้าและหน้ากาก | ถอด | ถอด |
| ล้างคอยล์เย็น | ล้างด้วยแรงดันน้ำ | ล้างด้วยแรงดันน้ำ เข้าถึงได้ทั่วถึงกว่าเพราะถอดชิ้นส่วนออกแล้ว |
| ใบพัดกรงกระรอก | ล้างได้เฉพาะผิวที่เข้าถึงได้ | ถอดออกมาล้างแยกทั้งชิ้น |
| ถาดรองน้ำและท่อน้ำทิ้ง | ล้างและไล่ท่อในตำแหน่งเดิม | ถอดออกมาล้างแยก |
| น้ำยาฆ่าเชื้อ | ไม่รวม | ฉีดน้ำยาฆ่าเชื้อ |
| ล้างคอยล์ร้อน | รวม | รวม |
| แก้กลิ่นอับได้หรือไม่ | ได้บางส่วน หากกลิ่นยังไม่ลงลึก | ได้ตรงจุด เพราะเข้าถึงต้นเหตุของกลิ่น |
| รับประกัน | 30 วัน | 60 วัน |
ใบพัดกรงกระรอก คือจุดที่ทำให้ราคาแตกต่างกัน
หากต้องการเข้าใจว่าเหตุใดสองบริการนี้จึงมีราคาแตกต่างกัน ต้องเริ่มจากชิ้นส่วนเดียวคือใบพัดกรงกระรอก ซึ่งเป็นทรงกระบอกยาวที่มีครีบเล็ก ๆ เรียงรอบตัว ติดตั้งอยู่หลังคอยล์เย็น ทำหน้าที่หมุนดูดอากาศผ่านคอยล์แล้วเป่าออกมาที่ช่องลม
ปัญหาคือทุกสิ่งที่ลอยผ่านคอยล์เข้ามาจะไปเกาะที่ร่องระหว่างครีบใบพัด และร่องเหล่านั้นแคบเกินกว่าหัวฉีดจะเข้าถึง เมื่อได้รับความชื้นจากการทำงานตามปกติของแอร์ คราบบริเวณนั้นจะกลายเป็นแหล่งเพาะเชื้อรา ลมที่เป่าออกมาทุกครั้งจึงพากลิ่นและสปอร์ออกมาสู่อากาศที่คุณหายใจด้วย
บ้านแบบใดควรเลือกบริการพรีเมี่ยม
ผมไม่ได้แนะนำให้ทุกบ้านเลือกบริการพรีเมี่ยม แต่หากบ้านของคุณเข้าเงื่อนไขข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ การชำระเพิ่มถือว่าคุ้มค่า
- แอร์มีกลิ่นอับหรือกลิ่นเปรี้ยวตอนเปิดเครื่อง และล้างธรรมดาไปแล้วกลิ่นยังกลับมา
- ไม่ได้ล้างมาเกินหนึ่งปี หรือเพิ่งผ่านฤดูหมอกควันของเชียงใหม่มาโดยไม่ได้ล้างเลยทั้งฤดู
- มีสมาชิกในบ้านเป็นภูมิแพ้ หอบหืด มีเด็กเล็ก หรือผู้สูงอายุ
- เป็นแอร์ห้องนอน ซึ่งเป็นห้องที่คุณหายใจต่อเนื่องยาวที่สุดในแต่ละวัน
- เป็นแอร์ร้านอาหารหรือครัวที่มีไอน้ำมันเกาะ เพราะคราบเหนียวลักษณะนี้การล้างธรรมดาไม่สามารถขจัดออกได้
- บ้านที่มีสัตว์เลี้ยง เพราะขนที่หลุดเข้าเครื่องจะไปพันอยู่ที่ใบพัดเป็นหลัก
- เห็นจุดดำลักษณะคล้ายตะไคร่ที่ช่องลมหรือครีบบานสวิง ซึ่งแปลว่าเชื้อราลามออกมาถึงด้านนอกแล้ว
กรณีใดยังไม่จำเป็นต้องจ่ายเพิ่ม
หัวข้อนี้มีความสำคัญไม่น้อยกว่ากัน เพราะมีลูกค้าจำนวนหนึ่งติดต่อเข้ามาขอถอดล้างทั้งที่สภาพเครื่องยังไม่จำเป็น ในกรณีเช่นนี้ผมจะแจ้งตามจริงว่าการล้างแบบมาตรฐานเพียงพอแล้วในรอบนี้
- ล้างสม่ำเสมอปีละสองครั้งอยู่แล้ว และไม่มีกลิ่น
- แอร์ติดตั้งใหม่ หรือใช้งานมายังไม่ถึงหนึ่งปี
- แอร์ในห้องที่แทบไม่ได้เปิดใช้ เช่น ห้องรับแขกหรือห้องเก็บของ
- เพิ่งถอดล้างไปเมื่อไม่ถึงหนึ่งปี และยังไม่มีอาการผิดปกติ
- ปัญหาที่พบคือไม่เย็นเพียงอย่างเดียวโดยไม่มีกลิ่น ซึ่งอาจไม่ใช่เรื่องความสะอาด ควรตรวจหาสาเหตุก่อน
เมื่อคิดเป็นรายปีแล้วคุ้มค่าหรือไม่
ลองพิจารณาเป็นรอบสามปีสำหรับแอร์ห้องนอนหนึ่งเครื่องขนาด 12,000 BTU รูปแบบแรกคือล้างธรรมดาปีละสองครั้ง รูปแบบที่สองคือล้างธรรมดาปีละครั้งสลับกับถอดล้างปีละครั้ง รูปแบบที่สองมีค่าใช้จ่ายสูงกว่าอย่างชัดเจนเมื่อดูเฉพาะตัวเลข แต่สิ่งที่ได้กลับมาคือเครื่องที่ไม่มีคราบสะสมจนกลายเป็นปัญหาถาวร
ในทางปฏิบัติ รูปแบบที่ผมเห็นว่าเหมาะสมที่สุดสำหรับบ้านทั่วไปในเชียงใหม่คือ ใช้การล้างธรรมดาเป็นรอบหลักปีละสองครั้ง แล้วถอดล้างทุก 2–3 ปี หรือเมื่อเริ่มมีกลิ่น ส่วนห้องนอนของผู้ที่แพ้ฝุ่นหรือมีเด็กเล็ก การปรับมาเป็นถอดล้างปีละครั้งจะให้ผลดีกว่าครับ
สิ่งที่ทำให้ต้นทุนรวมสูงขึ้นไม่ใช่การเลือกบริการพรีเมี่ยม แต่คือการเว้นระยะจนคราบฝังแน่น เพราะเมื่อถึงจุดนั้น การล้างธรรมดาจะไม่ได้ผล และคุณต้องชำระค่าถอดล้างในที่สุด ต่างกันเพียงว่าระหว่างทางคุณใช้งานเครื่องที่มีกลิ่นและใช้ไฟมากกว่าที่ควรมาแล้วกี่เดือน
ราคาบริการอื่นที่ควรทราบก่อนเรียกใช้บริการ
ลูกค้าส่วนใหญ่กังวลเรื่องค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นภายหลังมากกว่ากังวลเรื่องราคาสูง ผมจึงรวบรวมราคาบริการอื่นที่มักได้รับการสอบถามพร้อมกับค่าล้างไว้ในตารางนี้ เพื่อให้คุณเปรียบเทียบได้ครบถ้วนก่อนตัดสินใจ
| บริการ | ราคา | หมายเหตุ |
|---|---|---|
| ล้างแอร์ธรรมดา 9,000–18,000 BTU | 600 บาท/เครื่อง | 3 เครื่องขึ้นไป คิดเครื่องละ 550 บาท |
| ล้างแอร์ธรรมดา 18,001–38,000 BTU | 800 บาท/เครื่อง | 2 เครื่องขึ้นไป คิดเครื่องละ 700 บาท |
| Premium Full Wash ถอดล้าง 100% | 2,000 บาท | รวมใบพัดกรงกระรอก และฉีดน้ำยาฆ่าเชื้อ |
| ค่าตรวจเช็คอาการ | 500 บาท | หักคืนให้หากตกลงซ่อมกับเรา |
| เติมน้ำยา R32 / R410A | 25 บาท/ปอนด์ | แจ้งจำนวนปอนด์ให้ทราบก่อนเติมเสมอ |
| ติดตั้งแอร์ 9,000–12,000 BTU | 3,000 บาท | รับประกัน 1 ปีหากซื้อเครื่องกับเรา และ 6 เดือนหากลูกค้ามีเครื่องเอง |
| ติดตั้งแอร์ 18,000–24,000 BTU | 3,500 บาท | เงื่อนไขรับประกันเดียวกับรายการข้างต้น |
| ย้ายแอร์ | 3,500 บาท | ถอดแอร์เก่าเพียงอย่างเดียว 700 บาท |
สรุป
- ล้างธรรมดาคือการทำความสะอาดจุดที่เข้าถึงได้ ส่วนถอดล้างคือการแยกชิ้นส่วนออกมาล้างทีละชิ้น
- จุดที่ทำให้ราคาต่างกันคือใบพัดกรงกระรอกและถาดน้ำทิ้ง ซึ่งเป็นต้นเหตุของกลิ่น
- มีกลิ่นอับ ไม่ได้ล้างเกินหนึ่งปี มีผู้แพ้ฝุ่นในบ้าน หรือเป็นครัวร้านอาหาร ควรเลือกถอดล้าง
- ล้างสม่ำเสมออยู่แล้วและไม่มีกลิ่น การล้างแบบมาตรฐานเพียงพอกับสภาพเครื่อง
- รูปแบบที่เหมาะสมสำหรับบ้านทั่วไปคือล้างธรรมดาปีละ 2 ครั้ง และถอดล้างทุก 2–3 ปี
- เงื่อนไขรับประกันแตกต่างกัน ล้างธรรมดา 30 วัน พรีเมี่ยม 60 วัน
หากยังไม่แน่ใจว่าควรเลือกบริการแบบใด แจ้งอาการเข้ามาได้ที่ LINE @794xvrnm หรือโทร 065-365-7673 ผมประเมินเบื้องต้นให้ก่อนตัดสินใจ และหากการล้างแบบมาตรฐานเพียงพอ ผมจะแจ้งตามจริง เพราะผมไม่แนะนำให้ลูกค้าเสียค่าใช้จ่ายเกินความจำเป็น