ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
ช่างแอร์เชียงใหม่โปรเฟรชแคร์ · สันกำแพง

ฝุ่น PM2.5

ล้างแอร์รับมือฝุ่น PM2.5 เชียงใหม่ — เหตุใดในฤดูหมอกควันแอร์จึงสกปรกเร็วกว่าปกติมาก

ช่วงหมอกควัน ก.พ.–เม.ย. คือช่วงที่แอร์ในเชียงใหม่ทำงานหนักที่สุดของปี จากงานที่ผมรับในช่วงดังกล่าว คอยล์และแผ่นกรองมีคราบเขม่าสะสมมากกว่าฤดูอื่นอย่างชัดเจน บทความนี้อธิบายว่าสภาพอากาศส่งผลกับแอร์ในบ้านคุณอย่างไร

เขียนโดย ช่างอาร์ม · โปรเฟรชแคร์อ่าน 8 นาที

สำหรับคนที่อยู่เชียงใหม่ สภาพอากาศช่วงกุมภาพันธ์ถึงเมษายนเป็นเรื่องที่คุ้นเคยกันดี ทัศนวิสัยลดลงจนมองไม่เห็นดอยสุเทพ และค่าฝุ่นในแอปพลิเคชันอยู่ในระดับสีแดงต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ สิ่งที่คนส่วนใหญ่ทำคือปิดประตูหน้าต่างแล้วเปิดเครื่องปรับอากาศตลอดวัน ซึ่งเป็นแนวทางที่ถูกต้อง แต่มีประเด็นทางเทคนิคที่มักไม่ถูกพูดถึง คือเครื่องปรับอากาศที่คุณพึ่งพาอยู่นั้นสะสมสิ่งสกปรกเร็วกว่าปกติมาก และเมื่อคอยล์อุดตัน ประสิทธิภาพจะลดลงตั้งแต่กลางฤดู

เชียงใหม่ไม่เหมือนที่อื่น เพราะฝุ่นระบายออกได้ยาก

เชียงใหม่ตั้งอยู่ในแอ่งกระทะที่มีภูเขาล้อมรอบ เมื่อเข้าสู่หน้าแล้ง อากาศเย็นด้านบนจะกดทับอากาศอุ่นด้านล่างไว้ ซึ่งเป็นสภาพที่สื่อมวลชนเรียกกันว่าฝาชีครอบเมือง ผลที่ตามมาคือควันจากการเผาในพื้นที่และจากประเทศเพื่อนบ้านลอยขึ้นไปไม่ได้ และวนสะสมอยู่ในเมืองต่อเนื่องเป็นสัปดาห์จนกว่าฝนแรกจะมา

เมื่อเทียบกับกรุงเทพมหานครที่ฝุ่นมาจากการจราจรเป็นหลักและกระจายตัวได้ดีกว่า ฝุ่นในเชียงใหม่ช่วงนี้มีความเข้มข้นสูงกว่าและคงอยู่นานกว่า สำหรับเครื่องปรับอากาศที่ดูดอากาศในห้องวนกลับมาผ่านคอยล์เย็นตลอดเวลา นั่นหมายความว่าปริมาณฝุ่นที่ผ่านแผ่นกรองต่อวันสูงกว่าฤดูอื่นอย่างชัดเจน จากงานที่ผมรับในช่วงหลังฤดูหมอกควัน คอยล์ของบ้านส่วนใหญ่มีคราบเขม่าสะสมในระดับที่เห็นได้ชัดครับ

แอร์บ้านกรอง PM2.5 ได้หรือไม่

คำตอบตามข้อเท็จจริงทางเทคนิคคือ แผ่นกรองมาตรฐานที่ติดมากับเครื่องปรับอากาศไม่สามารถกรอง PM2.5 ได้ เพราะถูกออกแบบมาเพื่อดักฝุ่นหยาบ เศษผม และขนสัตว์ สำหรับป้องกันไม่ให้คอยล์เย็นอุดตัน ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อกรองอนุภาคขนาด 2.5 ไมครอน หากคุณเคยได้รับข้อมูลว่าการเปิดแอร์ทำให้ปลอดภัยจาก PM2.5 โดยอัตโนมัติ ข้อมูลนี้คลาดเคลื่อนครับ

อย่างไรก็ตาม เครื่องปรับอากาศยังมีบทบาททางอ้อมที่สำคัญกว่าที่หลายคนประเมินไว้ เพราะการเปิดแอร์ทำให้คุณต้องปิดประตูหน้าต่าง ซึ่งเป็นการตัดทางเข้าหลักของฝุ่นจากภายนอก คู่มือห้องปลอดฝุ่นของ สสส. เองก็ระบุการเปิดพัดลมหรือเครื่องปรับอากาศไว้เป็นหนึ่งในขั้นตอน เนื่องจากช่วยหมุนเวียนอากาศภายในห้องที่ปิดสนิทแล้ว

เปรียบเทียบความสามารถในการกรองฝุ่นของอุปกรณ์แต่ละประเภท
อุปกรณ์กรอง PM2.5 ได้หรือไม่บทบาทที่แท้จริง
แผ่นกรองที่ติดมากับแอร์ไม่ได้ดักฝุ่นหยาบ ป้องกันคอยล์เย็นตัน
แผ่นกรองละเอียดเสริมได้บางส่วนต้องเลือกให้เหมาะกับรุ่น มิฉะนั้นแอร์จะทำงานหนักขึ้น
เครื่องฟอกอากาศ HEPAได้อุปกรณ์หลักในการกรอง PM2.5 ในห้อง
ห้องที่ปิดสนิท + เปิดแอร์ทางอ้อมตัดทางเข้าของฝุ่นภายนอก ซึ่งสำคัญที่สุด

สิ่งที่เกิดขึ้นกับแอร์ของคุณระหว่างฤดูหมอกควัน

แม้แผ่นกรองมาตรฐานจะไม่ดักจับ PM2.5 แต่ในควันจากการเผามีทั้งฝุ่นหยาบ เขม่า และเถ้าปนมาด้วย ซึ่งเกาะแผ่นกรองและครีบคอยล์เย็นได้ดีมาก เมื่อสะสมมากขึ้น ปริมาณลมที่ผ่านคอยล์จะลดลง และผลที่ตามมามีดังนี้

  • แอร์ทำความเย็นได้ช้าลง จนต้องตั้งอุณหภูมิต่ำลงเรื่อย ๆ เพื่อให้รู้สึกเย็นเท่าเดิม
  • ค่าไฟสูงขึ้น เพราะคอมเพรสเซอร์ต้องทำงานนานขึ้นต่อรอบ
  • เขม่าที่เกาะบนคอยล์เมื่อได้รับความชื้นจะกลายเป็นแหล่งเพาะเชื้อรา และเริ่มมีกลิ่นอับตามมา
  • หากอุดตันมากจนอากาศผ่านไม่เพียงพอ อาจเกิดน้ำแข็งเกาะคอยล์แล้วละลายจนมีน้ำหยดลงมา

สถาบันวิจัยและพัฒนาพลังงานนครพิงค์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ให้คำแนะนำมาตรฐานไว้ว่าการล้างแอร์ทุก 6 เดือนช่วยประหยัดไฟได้ราว 10% ซึ่งเป็นตัวเลขสำหรับการใช้งานทั่วไป แต่สำหรับบ้านในเชียงใหม่ที่ต้องเผชิญฤดูหมอกควันเต็มรูปแบบทุกปี ผมประเมินว่ารอบการล้างควรถี่กว่าค่ามาตรฐานนี้

ตารางล้างแอร์ที่เหมาะกับปฏิทินเชียงใหม่

แทนที่จะยึดตัวเลขทุก 6 เดือนแบบตายตัว ผมแนะนำให้จัดรอบการดูแลตามฤดูกาลจริงของเชียงใหม่ ซึ่งให้ผลในทางปฏิบัติดีกว่า

รอบการดูแลแอร์ที่ผมแนะนำสำหรับบ้านในเชียงใหม่
ช่วงเวลาควรทำอะไรเหตุผล
ม.ค. – ต้น ก.พ.ล้างใหญ่ก่อนเข้าฤดูหมอกควันเข้าสู่ฤดูด้วยคอยล์สะอาด และคิวงานยังไม่หนาแน่น
ก.พ. – เม.ย.ล้างแผ่นกรองเองทุก 2–4 สัปดาห์ช่วงที่ฝุ่นเข้มข้น แผ่นกรองอุดตันเร็วกว่าปกติมาก
พ.ค. – มิ.ย.ล้างใหญ่รอบสองขจัดเขม่าที่สะสมตลอดฤดู ก่อนเข้าสู่ฤดูฝนที่มีความชื้นสูง
ก.ค. – ต.ค.สังเกตกลิ่นและน้ำหยดความชื้นสูง เชื้อราเจริญเร็ว หากเริ่มมีกลิ่นอับควรถอดล้าง
พ.ย. – ธ.ค.ช่วงที่เหมาะกับงานซ่อมหรือติดตั้งใช้งานแอร์น้อย คิวงานไม่หนาแน่น จึงไม่ต้องรอนาน

ล้างธรรมดาเพียงพอหรือไม่ หรือควรถอดล้าง

ในบริบทฝุ่นของเชียงใหม่ ความต่างระหว่างการล้างสองแบบมีน้ำหนักมากกว่าพื้นที่อื่น เพราะจุดที่เขม่าและเชื้อราสะสมมากที่สุดคือใบพัดกรงกระรอก ซึ่งเป็นชิ้นส่วนทรงกระบอกที่หมุนดูดอากาศอยู่ลึกในตัวเครื่อง การฉีดน้ำผ่านหน้ากากไม่สามารถเข้าถึงร่องใบพัดด้านในได้เลย

  • หากแอร์ผ่านการล้างสม่ำเสมออยู่แล้วและไม่มีกลิ่น การล้างธรรมดาเพียงพอครับ
  • หากเปิดแอร์แล้วมีกลิ่นอับหรือกลิ่นเปรี้ยว แสดงว่าเชื้อราลงถึงใบพัดแล้ว ควรเลือกถอดล้าง
  • หากไม่ได้ล้างมาเกินหนึ่งปี หรือเพิ่งผ่านฤดูหมอกควันมาโดยไม่ได้ล้าง ควรถอดล้าง
  • หากมีผู้แพ้ฝุ่น เด็กเล็ก หรือผู้สูงอายุในบ้าน การถอดล้างคุ้มค่ากว่าในระยะยาว

ทำห้องปลอดฝุ่นให้ได้ผล ต้องดำเนินการอย่างไรบ้าง

การล้างแอร์เป็นเพียงส่วนหนึ่งของงาน หากห้องยังมีช่องให้ฝุ่นเข้าได้ แม้แอร์จะสะอาดเพียงใดก็ยังไม่เพียงพอ ส่วนที่เหลือคุณดำเนินการเองได้ทั้งหมดโดยไม่ต้องเรียกช่าง

  1. 1

    เลือกห้องเดียวเป็นห้องหลัก

    โดยทั่วไปคือห้องนอน เพราะเป็นห้องที่คุณใช้เวลาต่อเนื่องยาวที่สุดในแต่ละวัน ไม่จำเป็นต้องปรับปรุงทั้งบ้าน

  2. 2

    อุดรอยรั่วรอบวงกบและช่องท่อ

    ใช้ซิลิโคนหรือเทปกาว จุดที่มักถูกมองข้ามคือรูท่อแอร์ที่เจาะทะลุผนัง และช่องใต้ประตู

  3. 3

    ล้างแอร์ให้คอยล์สะอาด

    คอยล์ที่อุดตันทำให้อากาศหมุนเวียนในห้องไม่เพียงพอ และยังเป็นแหล่งปล่อยสปอร์เชื้อรากลับเข้าสู่ห้องที่คุณปิดสนิทไว้

  4. 4

    วางเครื่องฟอกอากาศให้ถูกตำแหน่ง

    ควรวางกลางห้องหรือใกล้จุดนอน ไม่ควรวางชิดผนังหรือใต้เฟอร์นิเจอร์ เพราะจะดูดอากาศได้ไม่ทั่วถึง

  5. 5

    เช็ดพื้นด้วยผ้าชุบน้ำแทนการกวาด

    การกวาดทำให้ฝุ่นที่ตกลงพื้นแล้วฟุ้งกลับขึ้นมาลอยในอากาศอีกครั้ง

สรุป

  • แผ่นกรองแอร์มาตรฐานกรอง PM2.5 ไม่ได้ แต่แอร์ยังจำเป็น เพราะทำให้คุณปิดห้องได้
  • ฤดูหมอกควันเชียงใหม่ทำให้แผ่นกรองและคอยล์อุดตันเร็วกว่าฤดูอื่นอย่างชัดเจน
  • ล้างใหญ่ก่อนเข้าฤดูช่วงมกราคม แล้วล้างแผ่นกรองเองทุก 2–4 สัปดาห์ระหว่างฤดู
  • เมื่อเริ่มมีกลิ่นอับ แปลว่าต้องถอดล้าง ไม่ใช่การฉีดผ่านหน้ากาก
  • ห้องปลอดฝุ่นต้องมีครบสามอย่าง ปิดห้องสนิท แอร์สะอาด และเครื่องฟอกอากาศ

หากต้องการให้ผมประเมินว่าแอร์ที่บ้านคุณอุดตันในระดับใด และควรเลือกการล้างแบบใดก่อนเข้าฤดูหมอกควัน แจ้งอาการเข้ามาได้ทาง LINE หรือโทรศัพท์ ผมประเมินเบื้องต้นให้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย และจะแจ้งตามจริงว่าถึงรอบล้างแล้วหรือยังไม่จำเป็น

บริการที่เกี่ยวข้อง

ล้างแอร์เชียงใหม่ ถึงบ้าน เริ่ม 550 บาท

ล้างธรรมดา 600.- หรือ Premium ถอดล้าง 100% 2,000.-

เริ่ม 550.- / เครื่อง

คำถามที่พบบ่อยจากบทความนี้

เปิดแอร์ตลอดเวลาในช่วงที่ฝุ่นมาก ปลอดภัยกว่าการเปิดหน้าต่างหรือไม่

ปลอดภัยกว่าครับ ในช่วงที่ค่าฝุ่นภายนอกสูง การปิดห้องแล้วเปิดแอร์ช่วยตัดทางเข้าหลักของฝุ่นได้ แต่ต้องมั่นใจว่าแอร์อยู่ในสภาพสะอาดด้วย เพราะหากคอยล์มีเชื้อราสะสม สิ่งที่คุณได้รับแทนฝุ่นคือสปอร์เชื้อรา ซึ่งไม่ได้ดีกว่ากัน

ในช่วงฤดูหมอกควันควรล้างแอร์บ่อยเพียงใด

ผมแนะนำให้ล้างใหญ่ก่อนเข้าฤดูหนึ่งครั้ง ในช่วงมกราคมถึงต้นกุมภาพันธ์ จากนั้นถอดแผ่นกรองมาล้างเองทุก 2–4 สัปดาห์ระหว่างฤดู ซึ่งเป็นงานที่คุณทำเองได้โดยไม่ต้องเรียกช่าง แล้วจึงล้างใหญ่อีกรอบในช่วงพฤษภาคมถึงมิถุนายน เพื่อเคลียร์เขม่าที่สะสมตลอดทั้งฤดู

ติดตั้งแผ่นกรอง PM2.5 เพิ่มในแอร์ได้หรือไม่

ทำได้ครับ แต่ต้องเลือกให้เหมาะกับรุ่น กรณีที่ผมพบบ่อยจากหน้างานคือการนำแผ่นกรองละเอียดมาแปะทับเอง แล้วมาตรวจพบภายหลังตอนที่ลมออกน้อยลงจนคอยล์เย็นเกิดน้ำแข็งเกาะและมอเตอร์ทำงานหนักเกินไปแล้ว ผมจึงแนะนำให้ช่างประเมินก่อนว่าเครื่องของคุณรองรับแรงต้านเพิ่มได้เพียงใด

แอร์ที่ไม่ได้ล้างมาตลอดฤดูหมอกควัน จะทราบได้อย่างไรว่าอุดตันแล้ว

สังเกตได้จากสามอาการ คือลมออกเบาลงกว่าเดิม ต้องตั้งอุณหภูมิต่ำลงเพื่อให้รู้สึกเย็นเท่าเดิม และมีกลิ่นอับในช่วงแรกหลังเปิดเครื่อง หากพบอาการใดอาการหนึ่ง ถือว่าถึงรอบล้างแล้ว และหากพบครบทั้งสามอาการ ผมแนะนำให้เลือกถอดล้าง

บทความที่เกี่ยวข้อง

มีคำถามที่บทความยังไม่ตอบ?

สอบถามเข้ามาได้โดยตรง ผมตอบให้โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย และหากยังไม่จำเป็นต้องเรียกช่าง ผมจะแจ้งตามจริง

จันทร์ – เสาร์ 08:00 – 18:00 น. · เข้าหน้างานภายใน 24 ชั่วโมง

โทรเรียกช่างแชท LINE