อาการที่ลูกค้าติดต่อเข้ามาบ่อยที่สุดเรื่องเครื่องซักผ้าคือ ซักเสร็จแล้วเสื้อผ้ายังมีกลิ่นอับติดมา บางรายเปลี่ยนยี่ห้อผงซักฟอกแล้ว เพิ่มน้ำยาปรับผ้านุ่มแล้ว หรือซักซ้ำรอบที่สองแล้วก็ยังไม่หาย ประเด็นคือกลิ่นนั้นไม่ได้มาจากผ้า แต่มาจากตัวเครื่องเอง
เรื่องนี้อธิบายได้ด้วยโครงสร้างของถังซัก และเมื่อทราบแล้วจะเข้าใจทันทีว่าเหตุใดวิธีแก้ที่ทำกันทั่วไปจึงไม่ได้ผล
ถังซักมีสองชั้น และคราบสะสมอยู่ระหว่างชั้น
เครื่องซักผ้าไม่ได้มีถังเดียว แต่มีถังซ้อนกันสองชั้น ชั้นในคือถังที่มีรูพรุนซึ่งใส่ผ้าลงไป ส่วนชั้นนอกคือถังทึบที่ทำหน้าที่กักน้ำ น้ำและผงซักฟอกจะไหลผ่านรูของถังชั้นในไปยังช่องว่างระหว่างสองถังตลอดเวลาที่เครื่องทำงาน
ผงซักฟอกที่ละลายไม่หมด น้ำยาปรับผ้านุ่ม และเศษใยผ้าจะตกค้างเกาะอยู่ที่ผิวด้านนอกของถังชั้นใน ซึ่งเป็นบริเวณที่คุณมองไม่เห็นเลยเมื่อเปิดฝาเครื่องดูจากด้านบน เมื่อบวกกับความชื้นที่ค้างอยู่หลังซักเสร็จ จุดนี้จึงกลายเป็นสภาพแวดล้อมที่เหมาะกับการเติบโตของเชื้อราและแบคทีเรีย
เหตุใดน้ำยาล้างถังที่เทลงไปแล้วปั่นจึงไม่เพียงพอ
น้ำยาล้างถังที่วางขายทั่วไปมีประโยชน์ในการดูแลตามรอบ และผมไม่ได้บอกว่าใช้ไม่ได้ แต่ต้องเข้าใจขอบเขตของมัน น้ำยาทำงานด้วยการละลายในน้ำแล้วให้เครื่องปั่นเพื่อให้น้ำสัมผัสผิวถัง สิ่งที่มันทำได้คือชะคราบที่ยังไม่จับตัวแน่นบนผิวเรียบ
- คราบที่จับตัวแน่นเป็นชั้นแล้ว น้ำที่ไหลผ่านเฉย ๆ ไม่มีแรงพอจะขัดออก ต้องใช้การขัดเชิงกล
- คราบใต้จานซักและตามซอกของฐานถัง เป็นจุดอับที่น้ำหมุนเข้าไม่ถึงด้วยความเร็วเพียงพอ
- คราบที่ผิวด้านนอกของถังชั้นใน อยู่คนละฝั่งกับที่น้ำยาสัมผัส
- เชื้อราที่ฝังในร่องยางและซอกพลาสติก ต้องเข้าถึงด้วยแปรงจึงจะออก
พูดให้ตรงคือน้ำยาล้างถังเหมาะกับการรักษาสภาพที่สะอาดอยู่แล้วให้สะอาดต่อไป แต่ไม่ใช่เครื่องมือสำหรับกู้เครื่องที่สะสมคราบมาหลายปี
ตรวจเบื้องต้นเองได้ว่าถึงเวลาถอดล้างหรือยัง
- 1
ดมกลิ่นในถังตอนเครื่องแห้งสนิท
เปิดฝาเครื่องที่ไม่ได้ใช้งานมาอย่างน้อยหนึ่งวันแล้วดมภายในถัง หากได้กลิ่นอับหรือกลิ่นเปรี้ยวทั้งที่ไม่มีผ้าอยู่ข้างใน แสดงว่าคราบสะสมถึงระดับที่เห็นผลแล้ว
- 2
สังเกตคราบดำที่ขอบยางและใต้ฝา
เครื่องฝาหน้าให้ดูที่ร่องขอบยางรอบประตู ส่วนเครื่องฝาบนให้ดูใต้ขอบฝาและรอบปากถัง จุดที่มีจุดดำเล็ก ๆ กระจายคือเชื้อราที่มองเห็นได้ และมักหมายความว่าด้านในมีมากกว่าที่เห็น
- 3
ซักผ้าขาวหนึ่งรอบโดยไม่ใส่ผงซักฟอก
หากมีเศษคราบสีน้ำตาลหรือดำหลุดออกมาติดผ้า แสดงว่าคราบด้านในเริ่มหลุดร่อนแล้ว ซึ่งเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าควรถอดล้าง
- 4
นับระยะเวลาที่ผ่านมา
หากใช้งานมาเกินหนึ่งปีโดยไม่เคยถอดล้าง และเป็นบ้านที่ซักทุกวันหรือมีผ้าเด็ก ควรตรวจสภาพภายในสักครั้ง แม้จะยังไม่มีกลิ่นก็ตาม
การถอดล้างต่างจากการเทน้ำยาปั่นอย่างไร
| บริเวณ | น้ำยาล้างถัง | ถอดล้างทุกชิ้น |
|---|---|---|
| ผิวด้านในถังชั้นใน | ชะคราบที่ยังไม่แน่นออกได้ | ขัดออกได้ทั้งหมด |
| ผิวด้านนอกถังชั้นใน | เข้าไม่ถึง | ถอดออกมาขัดได้โดยตรง |
| ใต้จานซักและฐานถัง | เข้าไม่ถึง | ถอดจานซักออกมาขัดได้ |
| ถังชั้นนอกที่กักน้ำ | สัมผัสได้บางส่วน | ล้างได้ทั้งใบ |
| ท่อและสายน้ำทิ้ง | ไม่ครอบคลุม | ล้างและตรวจการอุดตัน |
| ขอบยางและซอกพลาสติก | ไม่ครอบคลุม | ขัดด้วยแปรงได้ |
ในทางปฏิบัติ การถอดล้างหนึ่งครั้งใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมงต่อเครื่อง เพราะต้องถอดชิ้นส่วนออกมาล้างแยกทีละชิ้น แล้วประกอบกลับพร้อมตั้งระดับเครื่องและทดสอบการทำงานก่อนส่งมอบ
ข้อจำกัดที่ผมแจ้งลูกค้าทุกครั้งก่อนเริ่มงาน
งานถอดล้างมีเงื่อนไขบางข้อที่ควรทราบตั้งแต่ต้น ผมจึงชี้แจงก่อนตัดสินใจเสมอ
- หากพบหินปูนเกาะหรือสนิมซึ่งเกิดจากสภาพน้ำและผงซักฟอกสะสมมานาน ชิ้นส่วนบริเวณนั้นอาจเสียหายระหว่างถอด กรณีนี้อยู่นอกขอบเขตการรับประกัน และผมจะชี้แจงให้ดูก่อนดำเนินการถอด
- เชื้อราที่ฝังลึกในเนื้อขอบยางแล้ว ไม่สามารถทำให้กลับมาเหมือนใหม่ได้ เพราะการขัดแรงเกินไปทำให้ขอบยางฉีกขาด
- กรณีพื้นที่หน้างานไม่เพียงพอสำหรับถอดชิ้นส่วนและฉีดล้าง เช่น ห้องคอนโดที่ไม่มีบริเวณทำงาน จำเป็นต้องยกเครื่องออกไปล้างนอกสถานที่ ซึ่งมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม 500 บาท
- หากตรวจพบว่าอะไหล่ภายในชำรุดอยู่ก่อนแล้ว ผมแจ้งให้ทราบก่อนเริ่มงาน และหากมีอะไหล่ติดรถสามารถเปลี่ยนให้ได้ทันที โดยคิดค่าอะไหล่เพิ่มตามจริง
ค่าบริการล้างเครื่องซักผ้าในเชียงใหม่
ค่าบริการคิดตามประเภทเครื่องและความจุ เนื่องจากเครื่องฝาหน้ามีโครงสร้างที่ถอดประกอบซับซ้อนกว่าเครื่องฝาบน จึงคิดคนละเรต
| ประเภทเครื่อง | ค่าบริการ |
|---|---|
| ฝาบน ความจุไม่เกิน 15 กิโลกรัม | 999 บาท |
| ฝาบน ความจุ 15.1 – 19 กิโลกรัม | 1,200 บาท |
| ฝาบน ความจุมากกว่า 19 กิโลกรัม | 1,500 บาท |
| ฝาหน้า | เริ่ม 1,299 บาท |
| กรณีต้องขนเครื่องออกไปล้างนอกสถานที่ | เพิ่ม 500 บาท |
ราคานี้เป็นค่าบริการล้างอย่างเดียว ไม่รวมค่าอะไหล่กรณีที่เครื่องมีปัญหาอยู่เดิม และผมแจ้งราคาให้ครบถ้วนก่อนเริ่มงานทุกครั้ง
ดูแลอย่างไรให้เว้นระยะการถอดล้างได้นานขึ้น
- เปิดฝาเครื่องทิ้งไว้หลังซักเสร็จ เพื่อให้ความชื้นระเหยออก แทนที่จะปิดฝาทันที
- ใช้ผงซักฟอกตามปริมาณที่ระบุ การใส่เกินทำให้มีส่วนที่ละลายไม่หมดตกค้างมากขึ้น
- หากใช้น้ำยาปรับผ้านุ่มเป็นประจำ ควรเว้นระยะซักด้วยน้ำร้อนหรือรอบทำความสะอาดถังตามคู่มือเครื่อง
- นำผ้าออกจากเครื่องทันทีที่ซักเสร็จ ไม่ทิ้งไว้ข้ามคืน
- ทำความสะอาดช่องใส่ผงซักฟอกและตัวกรองเศษใยผ้าเป็นประจำ
หากไม่แน่ใจว่าเครื่องที่บ้านถึงเวลาถอดล้างหรือยัง ถ่ายภาพภายในถังและขอบยางส่งเข้ามาทาง LINE ได้ครับ ผมประเมินเบื้องต้นให้ก่อนตัดสินใจ ติดต่อ 065-365-7673 หรือ LINE @794xvrnm