คำถามแรกที่ผมได้รับจากลูกค้าส่วนใหญ่คือค่าล้างแอร์เครื่องละเท่าใด ผมเข้าใจว่าเบื้องหลังคำถามนี้คือความกังวลว่าจะถูกเรียกเก็บเกินความจำเป็น ไม่ใช่เรื่องการต่อรองราคา ปัญหาคือคำว่าล้างแอร์ในเชียงใหม่ปัจจุบันครอบคลุมงานที่ราคาตั้งแต่ 300 บาทไปจนถึง 2,000 บาท โดยที่ผู้ให้บริการทุกรายใช้ชื่อเรียกเดียวกัน ผมจึงเปิดเผยตัวเลขทั้งราคาตลาดและราคาที่ผมคิด พร้อมอธิบายว่าส่วนต่างที่ปรากฏนั้นเป็นค่าใช้จ่ายในส่วนใดบ้าง
ราคาล้างแอร์เชียงใหม่ในปัจจุบันอยู่ในช่วงใด
แอร์ติดผนังขนาด 9,000–12,000 BTU เป็นขนาดที่พบมากที่สุดในห้องนอนและคอนโด ราคาตลาดเชียงใหม่อยู่ราว 450–650 บาทต่อเครื่อง ช่วงนี้คือช่วงที่ผมถือว่าอยู่ในเกณฑ์ปกติ เพราะทำงานได้ครบทุกขั้นตอนโดยที่ผู้ให้บริการยังดำเนินกิจการต่อได้
ส่วนแอร์แขวนใต้ฝ้าและแอร์ 4 ทิศทางที่พบตามร้านอาหาร คาเฟ่ ออฟฟิศ และห้องประชุม ราคาจะสูงขึ้นอย่างชัดเจน เนื่องจากตัวเครื่องใหญ่กว่า ถอดยากกว่า และเกือบทุกหน้างานต้องขึ้นบันไดหรือตั้งนั่งร้าน จึงใช้เวลาและกำลังคนมากกว่าแอร์ติดผนังหลายเท่า
| ประเภทแอร์ / ขนาด | ราคาตลาดเชียงใหม่ | ราคาของเรา | หมายเหตุ |
|---|---|---|---|
| ติดผนัง 9,000–12,000 BTU | 450–650 บาท | 600 บาท | 3 เครื่องขึ้นไปเหลือเครื่องละ 550 บาท |
| ติดผนัง 12,001–18,000 BTU | 450–650 บาท | 600 บาท | อัตราเดียวกับ 9,000 BTU ไม่คิดเพิ่ม |
| ติดผนัง 18,001–38,000 BTU | แตกต่างกันตามผู้ให้บริการ | 800 บาท | 2 เครื่องขึ้นไปเหลือเครื่องละ 700 บาท |
| แขวนใต้ฝ้า | 1,200–1,800 บาท | แจ้งราคาก่อนเข้างาน | ขึ้นกับขนาดและความสูงของหน้างาน |
| 4 ทิศทาง (cassette) | 900–1,500 บาท | แจ้งราคาก่อนเข้างาน | ต้องพิจารณาตำแหน่งฝ้าและทางเข้าเครื่อง |
| Premium Full Wash ติดผนัง | ผู้ให้บริการส่วนใหญ่ไม่มีบริการนี้ | 2,000 บาท | ถอดชิ้นส่วนล้างทั้งชุด รับประกัน 60 วัน |
จุดที่ลูกค้าหลายท่านสอบถามคือเหตุใดผมจึงคิดค่าล้างแอร์ 12,001–18,000 BTU เท่ากับ 9,000 BTU เหตุผลมาจากหน้างานจริง คือแอร์ติดผนังสองช่วงขนาดนี้ใช้เวลาล้างและปริมาณน้ำใกล้เคียงกัน ผมจึงไม่มีเหตุผลที่จะเรียกเก็บเพิ่ม ส่วนที่ต้องคิดเพิ่มจริงคือตั้งแต่ 18,001 BTU ขึ้นไป เพราะตัวเครื่องใหญ่และหนักขึ้นในระดับที่รู้สึกได้ตั้งแต่ขั้นตอนยกเครื่อง
เหตุใดแอร์แขวนและแอร์ 4 ทิศทางจึงมีค่าล้างสูงกว่าแอร์ติดผนัง
ลูกค้าร้านอาหารสอบถามผมบ่อยว่าเหตุใดการล้างเพียงเครื่องเดียวจึงคิดค่าบริการหลักพันบาท ทั้งที่ค่าล้างแอร์ที่บ้านอยู่ที่ 600 บาท คำตอบไม่ได้อยู่ที่จำนวนเครื่อง แต่อยู่ที่ลักษณะงานซึ่งแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง
- แอร์ 4 ทิศทางฝังอยู่ในฝ้า ผมต้องถอดหน้ากากและตะแกรงลงมาก่อน แล้วต้องกันน้ำไม่ให้ไหลลงฝ้ายิปซัมซึ่งเสียหายง่าย
- แอร์แขวนใต้ฝ้ามีตัวเครื่องยาวและหนัก คอยล์กว้างกว่าแอร์ติดผนังหลายเท่า จึงใช้น้ำและเวลาในการฉีดล้างมากกว่า
- หน้างานส่วนใหญ่ต้องขึ้นบันไดหรือตั้งนั่งร้าน และบางหน้างานต้องเข้าปฏิบัติงานสองคนเพื่อความปลอดภัย
- ถาดน้ำทิ้งของแอร์ฝังฝ้ามักมีปั๊มน้ำทิ้งประกอบอยู่ด้วย หากปั๊มอุดตันต้องถอดออกมาล้างแยก
- ร้านอาหารและคาเฟ่มีไอมันเกาะที่คอยล์ จึงต้องแช่และล้างนานกว่าแอร์ที่ติดตั้งในบ้านพักอาศัย
ล้างแอร์ 300 บาทที่ปรากฏในโฆษณา ลดต้นทุนจากขั้นตอนใด
หัวข้อนี้เป็นส่วนที่ผมให้ความสำคัญมากที่สุด เพราะเป็นเรื่องที่ทำให้ลูกค้าเสียค่าใช้จ่ายโดยไม่จำเป็นบ่อยที่สุด ราคาตลาดต่ำสุดของการล้างแอร์ติดผนังในเชียงใหม่อยู่ที่ราว 450 บาท ซึ่งเป็นระดับที่ค่าน้ำมัน ค่าน้ำยาล้าง ค่าสึกหรอของเครื่องมือ และค่าแรงช่างหนึ่งคนต่อหนึ่งชั่วโมงเศษยังดำเนินการได้ หากคุณพบราคาต่ำกว่า 400 บาท คำถามที่ควรสอบถามไม่ใช่เหตุใดจึงถูก แต่คือขอบเขตงานที่ได้รับครอบคลุมขั้นตอนใดบ้าง
จากงานที่ผมเข้าไปแก้ไขให้ลูกค้าหลังจากที่เพิ่งผ่านการล้างมาไม่นาน รูปแบบที่พบซ้ำมีอยู่ไม่กี่ลักษณะ
- 1ถอดเฉพาะฝาหน้า ล้างแผ่นกรอง แล้วฉีดน้ำผ่านหน้าคอยล์เย็นเบา ๆ จบภายใน 15–20 นาที ขอบเขตงานระดับนี้คือการล้างแผ่นกรอง ไม่ใช่การล้างแอร์
- 2ไม่ดำเนินการกับคอยล์ร้อนนอกบ้าน ทั้งที่คอยล์ร้อนอุดตันเป็นสาเหตุอันดับต้น ๆ ของอาการแอร์ตัดบ่อยและใช้ไฟมากขึ้น
- 3ไม่ล้างใบพัดกรงกระรอกและถาดน้ำทิ้ง ซึ่งเป็นสองจุดที่กลิ่นอับและเชื้อราสะสมอยู่
- 4ไม่คลุมผ้าใบกันน้ำให้เรียบร้อย น้ำสกปรกจึงไหลลงผนังหรือเฟอร์นิเจอร์
- 5เสนอราคาต่ำเพื่อให้ได้เข้าหน้างานก่อน แล้วจึงแจ้งหน้างานว่าต้องเติมน้ำยาหรือเปลี่ยนอะไหล่ ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายที่สูงกว่าค่าล้างหลายเท่า
ต้นทุนที่สูงกว่าคือผลในระยะยาว คอยล์ที่ยังอุดตันทำให้คอมเพรสเซอร์ต้องทำงานนานขึ้นทุกรอบ ค่าไฟจึงไม่ลดลง จากงานที่ผมรับในช่วงหลังฤดูหมอกควัน คอยล์ของบ้านส่วนใหญ่มีคราบเขม่าสะสมชัดเจน หากปล่อยคราบเหล่านั้นค้างไว้จะจับตัวแน่นขึ้นตามลำดับ และในที่สุดจะต้องเสียค่าถอดล้างใหญ่
ล้างแอร์เต็มรูปแบบมีขั้นตอนอะไรบ้าง
การเทียบราคาให้เป็นธรรมต้องเริ่มจากการรู้ว่าเมื่อจ่าย 600 บาทแล้วควรได้รับงานในขอบเขตใด นี่คือลำดับงานที่ผมทำจริงในการล้างแบบมาตรฐานหนึ่งเครื่อง
- 1
ตรวจสภาพและวัดค่าก่อนเริ่ม
ผมรับฟังอาการที่คุณแจ้ง วัดอุณหภูมิลมออก และตรวจว่ามีจุดที่ต้องซ่อมเพิ่มหรือไม่ หากพบผมจะแจ้งให้ทราบก่อนเริ่มงาน ไม่ดำเนินการเองแล้วเรียกเก็บภายหลัง
- 2
คลุมพื้นที่และกันน้ำ
ปูผ้าใบและติดถุงรองน้ำให้แน่นหนาก่อนเปิดเครื่อง ขั้นตอนนี้เป็นขั้นที่ถูกข้ามได้ง่ายเพราะลูกค้าตรวจสอบได้ยาก และผลที่ตามมาคือคราบน้ำบนผนัง
- 3
ถอดแผ่นกรองและล้างแยก
ล้างแล้วผึ่งให้แห้งสนิทก่อนใส่กลับ แผ่นกรองที่ใส่กลับขณะยังชื้นคือจุดเริ่มต้นของกลิ่นอับรอบใหม่
- 4
ฉีดล้างคอยล์เย็นด้วยแรงดันน้ำ
ผมฉีดจนน้ำที่ไหลออกมาใส ซึ่งเป็นเกณฑ์ที่ผมใช้ตัดสินว่างานเสร็จ ครีบคอยล์ที่อุดตันต้องเห็นน้ำสีเข้มไหลออกมาก่อนเสมอ
- 5
ล้างใบพัดกรงกระรอกและถาดน้ำทิ้ง
สองจุดนี้คือแหล่งสะสมของเชื้อราและกลิ่น หากไม่ทำความสะอาด กลิ่นจะกลับมาภายในไม่กี่วัน
- 6
ไล่ท่อน้ำทิ้ง
เป่าหรือดูดท่อให้โล่งเพื่อป้องกันน้ำหยด ซึ่งเป็นอาการที่พบบ่อยที่สุดหลังการล้างหากข้ามขั้นตอนนี้
- 7
ล้างคอยล์ร้อนนอกบ้าน
คอยล์ร้อนที่อุดตันทำให้เครื่องระบายความร้อนไม่ทันจนตัดบ่อยและใช้ไฟมากขึ้น หากราคาที่คุณได้รับไม่รวมคอยล์ร้อน ควรสอบถามให้ชัดเจนก่อนตกลง
- 8
ทดสอบและแสดงผลให้ดู
เปิดเครื่องวัดอุณหภูมิลมออกอีกครั้ง เก็บพื้นที่ให้เรียบร้อย แล้วอธิบายให้ฟังว่าพบสภาพเครื่องเป็นอย่างไรระหว่างล้าง
หากราคาที่คุณได้รับไม่ครอบคลุมทั้งแปดขั้นตอนนี้ ไม่ได้แปลว่าผู้ให้บริการรายนั้นทำงานไม่ถูกต้อง แต่แปลว่าคุณกำลังเปรียบเทียบขอบเขตงานคนละแบบกันอยู่ การสอบถามให้ชัดเจนก่อนตกลงจึงเป็นวิธีที่ดีที่สุดครับ
ล้างธรรมดากับ Premium Full Wash แตกต่างกันอย่างไร
การล้างแบบมาตรฐานราคา 600 บาท คือการล้างโดยไม่ถอดเครื่องลงมา ส่วน Premium Full Wash ราคา 2,000 บาท คือการที่ผมถอดชิ้นส่วนของคอยล์เย็นออกมาล้างทีละชิ้น ทั้งใบพัด ถาดน้ำทิ้ง และตัวคอยล์ แล้วจึงประกอบกลับ ใช้เวลามากกว่ากันหลายเท่า และขั้นตอนถอดประกอบต้องใช้ความระมัดระวังสูงเพื่อไม่ให้ชิ้นส่วนพลาสติกแตกร้าว
| สภาพแอร์ที่บ้านคุณ | ควรเลือก | เหตุผล |
|---|---|---|
| ล้างสม่ำเสมอทุก 6 เดือน ไม่มีกลิ่น | ล้างธรรมดา 600.- | คอยล์ยังไม่อุดตันลึก การฉีดล้างเพียงพอ |
| เปิดแอร์แล้วมีกลิ่นอับหรือกลิ่นเปรี้ยว | Premium Full Wash | กลิ่นมาจากใบพัด ต้องถอดออกมาล้างจึงจะหมดกลิ่น |
| ไม่ได้ล้างมาเกิน 1 ปี | Premium Full Wash | คราบจับตัวแน่นจนแรงดันน้ำเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ |
| มีเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หรือผู้ที่แพ้ฝุ่น | Premium Full Wash | ลดสปอร์เชื้อราที่ปล่อยกลับเข้าสู่ห้อง |
| แอร์ใหม่ ใช้งานยังไม่ถึงหนึ่งปี | ล้างธรรมดา 600.- | ยังไม่จำเป็นต้องถอด ประหยัดกว่าและเพียงพอ |
ค่าซ่อมแอร์และงานอื่นที่ควรทราบก่อนติดต่อช่าง
นอกจากค่าล้าง งานที่มีผู้สอบถามผมบ่อยรองลงมาคือการติดตั้ง การย้ายแอร์ และการเติมน้ำยา ทั้งสามรายการนี้เป็นจุดที่ราคาตลาดกระจายตัวมากที่สุด และเป็นจุดที่ค่าใช้จ่ายแฝงเกิดขึ้นได้ง่ายที่สุดเช่นกัน
| รายการ | ราคาตลาดเชียงใหม่ | ราคาของเรา |
|---|---|---|
| ติดตั้งแอร์ติดผนัง 9,000–12,000 BTU | 2,000–3,000 บาท (บางแห่ง 3,000–5,000) | 3,000 บาท |
| ติดตั้งแอร์ติดผนัง 18,000–24,000 BTU | แตกต่างกันตามผู้ให้บริการ | 3,500 บาท |
| ย้ายแอร์ | 2,000–2,500 บาท | 3,500 บาท |
| ถอดแอร์เก่า | 350–700 บาท | 700 บาท |
| ค่าตรวจเช็ควินิจฉัยอาการ | ส่วนใหญ่ไม่ประกาศราคาบนเว็บไซต์ | 500 บาท หักคืนหากซ่อมกับเรา |
| เติมน้ำยา R32 | ผู้ให้บริการส่วนใหญ่ไม่ประกาศราคา R32 | 25 บาท / ปอนด์ |
| เติมน้ำยา R410A | ราว 75 บาท / ปอนด์ | 25 บาท / ปอนด์ |
ผมแจ้งตามจริงว่าค่าย้ายแอร์ของผมสูงกว่าช่วงราคาตลาดที่ปรากฏอยู่ เหตุผลคืองานย้ายที่ทำตามมาตรฐานต้องเก็บน้ำยากลับเข้าคอยล์ร้อนก่อนถอด ไม่ใช่ปล่อยน้ำยาทิ้งแล้วไปเติมใหม่ที่ปลายทาง ต้องทำสุญญากาศระบบใหม่ที่จุดติดตั้งใหม่ และต้องทดสอบรอยรั่วก่อนส่งมอบงาน ราคาที่ต่ำกว่านี้มากมักหมายถึงการลดขั้นตอนใดขั้นตอนหนึ่งลง ซึ่งจะปรากฏเป็นอาการแอร์ไม่เย็นภายในไม่กี่เดือน
สิ่งที่ควรตรวจสอบก่อนตกลงราคา 7 ข้อ
คำถามชุดนี้ใช้เวลาถามไม่ถึงสองนาที แต่ช่วยป้องกันปัญหาได้เกือบทั้งหมด ผู้ให้บริการที่ทำงานตามขั้นตอนจริงจะตอบได้ทันทีทุกข้อ และผมยินดีตอบคำถามเหล่านี้ให้ทุกครั้งที่มีผู้สอบถาม
- 1ราคานี้รวมล้างคอยล์ร้อนนอกบ้านด้วยหรือไม่ หรือคิดแยก
- 2ใช้เวลาต่อเครื่องประมาณเท่าใด
- 3รวมการล้างใบพัดกรงกระรอกและถาดน้ำทิ้งด้วยหรือไม่
- 4มีการปูผ้าใบกันน้ำและเก็บพื้นที่หลังจบงานหรือไม่
- 5หากพบปัญหาเพิ่มเติมหน้างาน จะแจ้งราคาก่อนดำเนินการหรือไม่
- 6รับประกันหลังล้างกี่วัน และครอบคลุมอะไรบ้าง
- 7ออกใบกำกับภาษีได้หรือไม่ กรณีเป็นงานร้านค้าหรือออฟฟิศ
สำหรับบริการของผม การล้างแบบมาตรฐานรับประกัน 30 วัน Premium Full Wash รับประกัน 60 วัน งานติดตั้งรับประกัน 1 ปี และงานอื่นรับประกันตามเงื่อนไข 6 เดือน หากล้างแล้วมีน้ำหยดหรือกลิ่นกลับมาภายในระยะประกัน ผมกลับไปแก้ไขให้โดยไม่คิดค่าเข้างานเพิ่ม ส่วนใบกำกับภาษี เราออกให้ได้ตามปกติ ทั้งงานร้านอาหาร คาเฟ่ โรงแรม หอพัก และออฟฟิศ
ส่วนต่างของราคา แลกกับอะไรในระยะยาว
ลองเปรียบเทียบการล้างแอร์ 3 เครื่อง หากใช้บริการราคา 350 บาทต่อเครื่อง ยอดรวมคือ 1,050 บาท ส่วนของผมคิด 550 บาทต่อเครื่องเมื่อล้างตั้งแต่ 3 เครื่องขึ้นไป ยอดรวมคือ 1,650 บาท ส่วนต่างอยู่ที่ 600 บาท
สถาบันวิจัยและพัฒนาพลังงานนครพิงค์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ แนะนำว่าการล้างแอร์ทุก 6 เดือนช่วยประหยัดไฟได้ราว 10% ประเด็นสำคัญคือตัวเลข 10% นั้นมาจากการล้างที่ทำให้คอยล์สะอาดจริง ไม่ใช่การล้างแผ่นกรองแล้วเรียกว่าล้างแอร์ หากคอยล์ยังอุดตันอยู่ ค่าไฟก็จะไม่ลดลง และส่วนต่างที่ประหยัดไว้จะถูกจ่ายคืนผ่านบิลค่าไฟทุกเดือนจนกว่าจะได้ล้างใหม่
หากต้องการทราบราคาที่แน่นอนสำหรับแอร์ที่บ้านหรือที่ร้าน แจ้งผมทาง LINE ได้ว่ามีกี่เครื่องและเป็นแอร์ประเภทใด ผมแจ้งราคาให้ครบก่อนเข้างานทุกครั้ง และไม่มีการคิดเพิ่มหน้างานโดยไม่แจ้งให้คุณทราบก่อนครับ
สรุป
- ราคาล้างแอร์ติดผนัง 9,000–12,000 BTU ในเชียงใหม่ปกติอยู่ราว 450–650 บาท ผมคิด 600 บาท และ 550 บาทเมื่อล้างตั้งแต่ 3 เครื่องขึ้นไป
- แอร์แขวนใต้ฝ้าราคาตลาด 1,200–1,800 บาท และแอร์ 4 ทิศทาง 900–1,500 บาท เพราะถอดยากและต้องกันน้ำลงฝ้า
- ราคาต่ำกว่า 400 บาทมักครอบคลุมเฉพาะแผ่นกรองและหน้าคอยล์ ไม่รวมใบพัด ถาดน้ำทิ้ง หรือคอยล์ร้อน
- ก่อนตกลงควรสอบถามสามข้อสำคัญ คือรวมคอยล์ร้อนหรือไม่ ล้างใบพัดหรือไม่ และรับประกันกี่วัน
- งานติดตั้งและย้ายแอร์ ควรสอบถามค่าท่อ ค่ารางครอบ และค่าขาแขวนเพิ่มเติมก่อนวันเข้างานเสมอ